กลุ่มธุรกิจเอราวัณ
ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2528 เพื่อดำเนินธุรกิจทางด้านเคมีเกษตร โดยเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช สารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชอย่างครบถ้วน
ด้วยแหล่งผลิตที่มีคุณภาพจากประเทศชั้นนำในระดับโลก
มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคกว่า 650 ราย รวมทั้งบริษัทที่รับช่วงผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายต่ออีก 66 บริษัท ด้วยยอดขายในปัจจุบันกว่า 1,000 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจเอราวัณประกอบด้วย
บริษัท เอราวัณเคมีเกษตร จำกัด, บริษัท สยามแอ็กมาร์เก็ตติ้ง จำกัด,
บริษัท ไอยราเคมีเกษตร จำกัด และบริษัท ไอยราบรรจุภัณฑ์ จำกัด

โดยมี บริษัท เอราวัณเคมีเกษตร จำกัด เป็นบริษัทแกนหลักที่นำเข้าผลิตภัณฑ์สารเคมีเกษตรจากต่างประเทศเข้ามา รวมทั้งเป็นผู้จำหน่ายภายในประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา "เอราวัณ"



การบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มธุรกิจเอราวัณได้มีการวางแผนงานไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
โดยเฉพาะการวางแผนทางด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มธุรกิจได้ให้ความ
สำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาโรงงานผลิต การบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการจัดเก็บและ
การจัดการทางด้านการขนส่งมาโดยตลอดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์

มีคุณภาพสูงสุด สามารถตอบสนองต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ส่วนทาง
ด้านระบบการบริหารงานก็ได้มีการพัฒนาเช่นเดียวกัน ได้มีการจัดองค์กร
บุคคลากรของแต่ละหน่วยงานไว้อย่างรัดกุมและครบถ้วน โดยแบ่งงานออกเป็น 6 ฝ่าย ดังนี้
1. ฝ่ายการเงินและบัญชี
2.
ฝ่ายบริหารสำนักงานกลาง ฝ่ายธุรการและการจัดซื้อ

3. ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และลูกค้าสัมพันธ์
4. ฝ่ายการตลาดและการขาย ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
5. ฝ่ายผลิตและคลังสินค้า
6. ฝ่ายขาย







โดยแต่ละฝ่ายจะมีสายการบังคับบัญชาอย่างเป็นเอกภาพมีการจัดสรรบุคลากรเข้ามารับผิดชอบงานอย่างชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนกลยุทธ์และกลวิธีที่กำหนดไว้

มุ่งมั่นก้าวไกล
กลุ่มธุรกิจเอราวัณมุ่งมั่นความเป็นหนึ่ง การพัฒนาและการถ่ายทอด เทคโนโลยีทางด้านการเกษตร โดยจะดำเนินการธุรกิจ อย่างครบวงจรทั้งทางด้านการนำเข้า การผลิต การบรรจุ การจัดจำหน่ายสารเคมีเกษตร การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจในเชิงการค้า ตลอดจนเพื่องานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ

ทิศทางใหม่ในอนาคต
หลากหลายผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพจากแหล่งผลิตระดับมาตรฐานจากนานาประเทศ ที่เอราวัณได้นำเข้ามาจัดจำหน่ายภายในประเทศ ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านผลิตภัณฑ์และจะเปลี่ยนแปลง ต่อเนื่องไปในอนาคต แรงกดดันทางด้านสภาพแวดล้อม และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ทำให้การดำเนินธุรกิจจำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์

โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านสารเคมีเกษตรถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียง จนกระทั่งถึงขั้นยกเลิกผลิตภัณฑ์สารเคมีเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆกับการนำเสนอผลิตใหม่ที่น่าสนใจในอนาคตที่จะลดบทบาทของสารเคมีลง ด้วยผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพขึ้นมาทดแทน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นบ่อเกิดจากธรรมชาติ หรืออีกนัยหนึ่งคือการหวนคืนสู่ธรรมชาติมากขึ้น ใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ ใช้การผสมผสาน ให้อยู่ร่วมกันได้โดยธรรมชาตินั่นเอง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือการพัฒนาของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นสำคัญรวมไปถึงการพัฒนาทางด้านวิศวพันธุกรรมที่มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจทางด้านสารเคมีเกษตรอย่างแน่นอน แต่จะเป็นผลกระทบทางด้านบวกหรือลบคงจะเป็นเรื่องที่ยากต่อการคาดเดา ซึ่งมีคำทำนายไว้ว่าในช่วงสุดท้ายของทศวรรษจะมีเกษตรกรราว 15 ล้านคนจะทำการเพาะปลูกพืช ที่เกิดจากการพัฒนาทางด้านวิศวพันธุกรรมถึง 375 ล้านไร่ ใน 30 ประเทศ และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในประเทศขณะกำลังพัฒนา เนื่องจากเป็นประเทศที่รับเทคโนโลยีในรูปของสินค้าจากประเทศที่พัฒนาแล้วได้ง่าย